หน้าแรก คลินิกรักษา น้ํากัดเท้าใช้อะไรทา

วิธีรักษา: น้ํากัดเท้าใช้อะไรทา

โรคน้ำกัดเท้า เกิดจากสาเหตุอะไร มีวิธีรักษาหรือไม่

0

1.  โรคน้ำกัดเท้า ติดเชื้อแล้วพาสูญเสียความมั่นใจ

โรคน้ำกัดเท้าเกิดขึ้นได้มากในช่วงเวลาที่อากาศมีความชื้นสูง โดยเฉพาะช่วงฝนตกหนักและเกิดจากปัจจัยเรื่องน้ำท่วม  หรือการสวมใส่รองเท้าที่มีความคับแน่น ทั้งยังปะปนกับเชื้อโรค มีการลุยน้ำและมีวิธีการทำความสะอาดรองเท้าที่ไม่สะอาดเพียงพอ รวมไปถึงการทำความสะอาดเท้าที่ไม่ถูกต้อง อาจจะยิ่งทำให้เกิดเป็นโรคน้ำกัดเท้าได้ง่าย

 

2.  สาเหตุของการเกิดโรคน้ำกัดเท้า เกิดจากอะไร

สาเหตุของการเกิดโรคน้ำกัดเท้าหรือ Athlete’s Foot และคนไทยมักจะเรียกว่าฮ่องกงฟุต คือ การติดเชื้อราในสายพันธุ์  Dermatophytes ที่จะเติบโตได้ดีในที่เปียกชื้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องมีการลุยน้ำท่วมเป็นประจำ หรือแม้แต่พื้นในห้องน้ำ, สระว่ายน้ำ และส่วนต่าง ๆ ที่มีน้ำกับเชื้อราประเภทนี้เจริญเติบโตอยู่ภายใน จะทำให้กลายมาเป็นโรคน้ำกัดเท้าได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยในด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น การสวมใส่รองเท้าหรือถุงเท้าคู่เดิมซ้ำบ่อยครั้ง, การทำความสะอาดดีไม่เพียงพอ หรือการนำรองเท้ากับถุงเท้าที่ใส่ลุยน้ำท่วมไปแล้วมาใส่ซ้ำอีก โดยไม่มีการทำความสะอาด เชื้อราประเภทนี้จึงยังติดอยู่ภายใน ทำให้สร้างปัญหาและขยายตัวเพื่อเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังสามารถติดต่อได้ผ่านทางผ้าเช็ดตัวและของใช้ต่าง ๆ อีกด้วย ส่วนการเจริญเติบโตของเชื้อราประเภท Dermatophytes ไม่ใช่แค่เพียงที่บริเวณเท้าเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปสู่บริเวณอื่น ๆ ภายในร่างกายได้

 

3.  อาการของโรคน้ำกัดเท้า เป็นแบบไหน

เมื่อติดเชื้อโรคน้ำกัดเท้าแล้วจะก่อให้เกิดอาการคันที่บริเวณง่ามนิ้วเท้า ซึ่งถือว่าเป็นระยะแรกของการเริ่มต้น แต่ยังไม่ถึงขั้นติดเชื้อหนัก แต่ถ้าเมื่อใดเกิดอาการระคายเคืองและติดเชื้อ จะเกิดอาการดังต่อไปนี้

  • มีอาการคันบริเวณนิ้วเท้าและฝ่าเท้ามากขึ้นกว่าเดิม โดยอาจคันจนทำให้ต้องเกาบ่อยและกลายเป็นแผลอักเสบ
  • เกิดเป็นแผลอักเสบ ผิวหนังลอก และเกิดการติดเชื้อที่ลุกลามมากขึ้น
  • เมื่อเชื้อเกิดลุกลามจะทำให้เกิดเป็นอาการปวดแสบ ปวดร้อน ผิวหนังเป็นขุยลอกออก และมีแผลเป็นหนองที่เห็นอย่างชัดเจน
  • การลอกของผิวจะลอกออกเป็นสีขาวและลอกเป็นชั้น ๆ
  • เมื่ออาการเริ่มหนักขึ้นจะตามมาด้วยกลิ่นตามซอกเท้าที่รุนแรงมาก จนทำให้สูญเสียความมั่นใจ

 

4.  วิธีการดูแลรักษาโรคน้ำกัดเท้า ยังไงให้หายได้

สำหรับผู้ที่ไม่อยากเสี่ยงต่อการเป็นโรคน้ำกัดเท้า หรือเมื่อเป็นแล้วต้องการวิธีป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงขึ้นและดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ขอแนะนำวิธีดังต่อไปนี้

  • เลี่ยงการใช้ถุงเท้าและรองเท้าคู่เดิมที่ลุยน้ำมาแล้ว
  • เมื่อต้องลุยน้ำท่วม ควรทำความสะอาดเท้าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  • หลีกเลี่ยงการยืนอยู่ในบริเวณที่มีน้ำขังหรือมีความชื้นตลอดเวลา
  • สวมใส่รองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี
  • ถ้าต้องลุยน้ำท่วมแบบเลี่ยงไม่ได้ ควรนำถุงพลาสติกมาสวมใส่บริเวณเท้าหรือหุ้มทั้งรองเท้าไว้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อรา
  • หลังการทำความสะอาดเท้าที่ต้องลุยน้ำมาแล้ว ควรซับน้ำให้แห้งเร็วที่สุด
  • นำรองเท้าและถุงเท้าไปซักทำความสะอาด ใส่น้ำยาฆ่าเชื้อ พร้อมตากแดดให้แห้งที่สุด
  • ไม่ใช้ของใด ๆ ร่วมกับผู้อื่น
  • ถ้าคุณมีอาการป่วยของโรคต่าง ๆ จะยิ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อน้ำกัดเท้าได้ง่าย ดังนั้นเมื่อเกิดอาการผิดปกติใด ๆ จึงควรรีบปรึกษาแพทย์

ถ้าคุณอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมหรือจำเป็นต้องเดินลุยน้ำที่ท่วมขังบริเวณถนน ควรสวมใส่ถุงพลาสติก เพื่อคลุมช่วงบริเวณเท้าให้มิดชิด มีการทำความสะอาดอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเท้าของคุณ รองเท้า ถุงเท้า หรือของใช้ใด ๆ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่อาจจะลุกลามหนักขึ้น

 

5.  Dsecret clinic  คลินิกรับรักษา โรคน้ำกัดเท้า โดยแพทย์เฉพาะทาง

Dsecret clinic เข้าใจดีสำหรับทุกคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่อง โรคน้ำกัดเท้า เรารู้และเข้าใจสาเหตุของทุกปัญหา กรณีที่อาการของโรครบกวนการนอนหลับพักผ่อนหรือการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้รู้สึกกังวลและอับอาย พยายามรักษาด้วยตนเองแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการติดเชื้อเกิดขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษา เพียงคุณเข้ามาติดต่อสอบถาม หรือเข้ามาปรึกษาเราได้ฟรีที่ คลินิก Dsecret clinic เรามี

  • แพทย์เฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญมีหมอที่เก่งโรคผิวหนัง โดยเฉพาะ
  • ไว้พร้อมดูแลและให้คำปรึกษาคุณในทุกๆ เรื่อง
  • เพราะเราใส่ใจในความรู้สึกและปัญหาของคุณ
  • เราพร้อมให้บริการที่ยอดเยี่ยม
  • มีทีมงานคอยบริการคุณทุกคนอย่างดี
  • ใส่ใจคนไข้ทุกคนไม่ว่าปัญหาของคุณจะเล็กมากแค่ไหน
  • แต่นั้นคือเรื่องสำคัญของเราเสมอ

ขอบคุณที่ไว้ใจให้เราได้คอยดูแลคุณอย่างใกล้ชิด และเราจะตั้งใจในการบริการงานของเราให้ดีที่สุดและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณมาหาเราแล้วได้แต่รอยยิ้มและความสุขกลับไป

 

6.  ประสบการณ์ มากกว่า 15 ปีของ พญ. มริญญา ผ่องผุดพันธ์

ประสบการณ์การทำงาน

  • อาจารย์แพทย์ผิวหนัง โรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง
  • อาจารย์แพทย์ผิวหนัง โรงพบาบาลรามาธิบดี
  • แพทย์ผิวหนัง โรงพยาบาลสมิติเวช
  • แพทย์ผิวหนัง โรงพยาบาลกรุงเทพ

ผ่านการศึกษาจาก ( Education )

  • Hair Restoration Training, Korea (2015)
  • Thai Board of Dermatology, Ramathibodi Hospital (2013)
  • Board of Dematopathology, Boston University, USA (2009)
  • Master of Science in Dermatology, Boston University, USA (2006)
  • Doctor of Medicine, Mahidol University (2001)
  • Nail surgery training
  • Laser expert training
  • Hair expert training
  • Boton university usa

 

 

การค้นหาที่เกี่ยวข้อง

ยารักษาน้ำกัดเท้า ยี่ห้อไหนดี
น้ำ กัด เท้าเป็นรู
ยารักษา น้ำ กัด เท้า – pantip
น้ำกัดเท้า กระเทียม
ขี้ผึ้งเบอร์ 28 น้ำ กัด เท้า
สมุนไพรรักษาน้ำกัดเท้า
น้ำกัดเท้า เบตาดีน
โรคน้ำกัดเท้า ภาษาอังกฤษ

การค้นหาที่เกี่ยวข้อง

สมุนไพรรักษาน้ำกัดเท้า
ยารักษา น้ำ กัด เท้า – pantip
น้ำกัดเท้า เบตาดีน
น้ำ กัด เท้า อันตราย ไหม
ขี้ผึ้งเบอร์ 28 น้ำ กัด เท้า
น้ำกัดเท้า กระเทียม
ยารักษาน้ำกัดเท้า ยี่ห้อไหนดี
น้ำ กัด เท้าเป็นรู

การค้นหาที่เกี่ยวข้อง

ยารักษา น้ำ กัด เท้า – pantip
ยาทาเชื้อราที่เท้า ยี่ห้อไหนดี
ยารักษาเชื้อราแบบกิน
ยารักษาเชื้อราที่เท้า
ยาทาแก้เชื้อราที่ขาหนีบ
สมุนไพรรักษาเชื้อราที่เท้า
ยาทาเชื้อรา กลากเกลื้อน
ยาทาเชื้อราในร่มผ้า ชาย

 

โรคของสายลุยน้ำ “น้ำกัดเท้า”

0

โรคของสายลุยน้ำ “น้ำกัดเท้า”

โรคน้ำกัดเท้า หรือ ฮ่องกงฟุต คือ โรคที่มีอาการคันซึ่งเกิดจากเชื้อราที่เท้า เมื่ออากาศร้อนๆ เท้าชื้นมากๆ มีเหงื่อออกมากเป็นบ่อเกิดของเชื้อรา เนื่องจากเชื้อรา จะเจริญเติบโตและแพร่พันธุ์ได้ดีมากในอากาศร้อนชื้น หรือแม้แต่การลุยน้ำที่สกปรก เป็นเหตุให้เชื้อหลายชนิด ทั้งแบคทีเรีย รา ไวรัส และปรสิตบางชนิดเข้าโจมตีผิวหนังชั้นตื้นได้

อาการของโรคน้ำกัดเท้า

จะเกิดอาการที่พบได้บ่อยในง่ามนิ้วเท้า ถ้าหากมีอาการคันและเกาจนเกิดเป็นแผลจะมีการอักเสบ และติดเชื้อได้ง่าย อาจมีกลิ่นเหม็นตามซอกเท้า และไม่ใช่โรคที่จะเกิดขึ้นได้ทันทีเชื้อราต้องอาศัยระยะเวลาในการเจริญเติบโตระยะหนึ่งก่อนจะก่อโรคที่ผิวหนังได้ อาการของโรคน้ำกัดเท้าแบ่งเป็น 2 ระยะคือ

  • ระยะแรก ผิวหนังเปื่อย แดง ลอก ระคายเคือง ยังไม่มีการติดเชื้อ
  • ระยะที่สอง ผิวหนังเปื่อย ลอกเป็นแผล มีการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ทำให้เกิดอาการอักเสบ บวมแดง ร้อน เป็นหนอง และปวด

แอดไลน์ปรึกษาอาการ โรคน้ำกัดเท้า คลิกที่นี่

โรคน้ำกัดเท้าจะทำให้การระคายเคืองซึ่งหากไม่รีบรักษาอาจรุกลามจนกลายเป็นแผลได้ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จนเกิดระยะแรกขึ้นแล้วควรรีบทำการรักษา  แนะนำให้รักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านผิวหนัง เพื่อทำการรักษาให้หายอย่างปลอดภัย ที่สุด

การดูแลเบื้องต้นสำหรับโรคน้ำกัดเท้า

การเดินลุยน้ำท่วมขังอาจไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ง่าย แต่มีวิธีป้องกันได้ง่าย ๆ ด้วยข้อปฏิบัติที่กล่าวไปแล้วข้างต้น นอกจากนี้การหมั่นรักษาความสะอาดร่างกายยังเป็นการป้องกันได้อีกทางหนึ่งด้วย สำหรับผู้ป่วยโรคน้ำกัดเท้า แนะนำให้ปฏิบัติตัวดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการแช่เท้าในน้ำนานๆ
  • ถ้ามีผื่นแดงเล็กน้อยคัน แสบ ควรทายากลุ่มสเตียรอยด์
  • ถ้ามีรอยผิวฉีกขาด บวมแดง ปวดเจ็บ หรือมีหนอง ควรรีบไปพบแพทย์
  • ติดเชื้อราที่ง่ามนิ้วเท้าเป็นขุยเพราะแช่น้ำนาน ให้ใช้ยาทารักษาเชื้อรา

ปรึกษาอาการ โรคน้ำกัดเท้า คลิกที่นี่

ถ้าหากมีบาดแผลควร­ทำแผลและทายาเบตาดีน ฆ่าเชื้อโรคระวังการตัดเล็บเท้า อาจทำให้เกิดแผล ซึ่งเป็นทางเข้าของเชื้อโรครักษาเท้าให้สะอาด ล้างเท้าให้สะอาด พยายามเช็ดแผลให้แห้ง ไม่ควรสวมรองเท้าปิด หรือใส่ถุงเท้า ใช้ครีม หรือขี้ผึ้งกันเชื้อรา หรือโรยแป้งที่เท้าเพื่อไม่ให้เท้าเปียกชื้น หากแผลติดเชื้อรุนแรงควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนัง เพื่อขอรับคำแนะนำและทำการรักษาอย่างถูกวิธี

รักษาโรคน้ำกัดเท้าอย่างถูกวิธี

การรักษาโรคน้ำกัดเท้าอย่างถูกวิธี เพื่อให้หายขาดจากอาการน้ำกัดเท้า ส่วนใหญ่ จะเป็นการรักษาตามระยะของโรค  ดังนี้

  • ระยะแรก ยังไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อรา เพราะยังไม่มีการติดเชื้อ อาจทายา สเตียรอยด์อ่อนๆ หรือยาขี้ผึ้งวิทฟิลด์
  • ระยะที่สอง การติดเชื้อแบคทีเรีย ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือ แอลกอฮอล์ และใส่ยาฆ่าเชื้อ อาจต้องรับประทานยาปฏิชีวนะร่วมด้วย

ติดต่อรักษา โรคน้ำกัดเท้า คลิกที่นี่

การติดเชื้อรา สามารถเลือกใช้ยาทาต้านเชื้อราหรือยาขี้ผึ้งวิทฟิลด์ก็ได้ แต่การรักษาการติดเชื้อรามักจะใช้เวลานาน จึงควรใช้ยาอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดใช้ยาเองแม้ว่าอาการจะดีขึ้น เนื่องจากมีโอกาสกลับไปเป็นซ้ำ หากมีอาการรุนแรงควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง  เพื่อให้คำแนะนำและทำการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

ทั้งนี้ยังยังมีวิธีรักษาเฉพาะทางอีกมากมายซึ่งอาจต้องเข้ามาขอคำปรึกษากันแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยทาง “Seven Plus Clinic และ D’Secret Clinic” ของเรามีแพทย์เฉพาะทางโดยเฉพะ ที่มีประสบการณ์มามากกว่า 15 ปีของ พญ.มริญญา ผ่องผุดพันธ์ แพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนัง ตจแพทย์ ผู้มีความเชี่ยวชาญจบการศึกษาจากสถาบันชื่อดังมากมายในระดับสากล

  • Hair Restoration Training, Korea
  • Thai Board of Dermatology, Ramathibodi Hospital
  • Board of Dematopathology, Boston University, USAฃ
  • Master of Science in Dermatology, Boston University, USAฃ
  • Doctor of Medicine, Mahidol University

เรารอให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาทุกเรื่องปัญหาที่เกี่ยวกับผิวหนังของคุณ โดยทางเรามีเทคโนโลยีที่คอยช่วยวินิจฉัยอาการและผลิตภัณฑ์อีกหลายชนิดที่คอยให้บริการคุณ โดยสามารถติดต่อเราได้ 2 ช่องทางด้วยกัน

การันตรีด้วยรีวิวมากมาย ของทางคลินิค